หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เดินผ่านหน้าร้านตกแต่งป้าย SALE UP TO 70% OFF แล้วรู้สึกเลือดลมสูบฉีด รู้ตัวดีว่าต้องนอนไม่หลับแน่ๆ ถ้าไม่ได้แวะเข้าไปดูสักหน่อย หรือถ้าไม่นิยมวินโดว์ช็อปปิ้ง แล้วตัวเลขหน้าจุดกับหลัง จุดทศนิยมที่หน้าตาเหมือนกันประเภท 6.6 7.7 11.11.12.12 อะไรทำนองนี้ล่ะ ก่อให้เกิดปฏิกิริยาแบบเดียวกันกับคุณไหม เพียงไม่กี่คลิก หรือไม่กี่นาทีในร้าน ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นชั่วขณะ แต่พอแกะห่อพัสดุ ของใหม่วางทับของเก่า สารพัดกล่องซ้อน กล่อง บางชิ้นไม่ได้ถูกแกะออกมาใช้ คุณกลับพบว่าตัวเองไม่ได้รู้สึก "อยากได้ม้ากกกก" "สวยตาแตก" "ของมันต้องมี" ถึงขนาดนั้นอีกต่อไป
นั่นเพราะ "ของใหม่"ไม่ได้เท่ากับ "ความสุขใหม่" แต่"การซื้อ (ของใหม่)"ต่างหากที่เท่ากับวิธีเฉพาะหน้าในการ กลบความเหนื่อยล้า ความเครียด หรือความรู้สึกว่างเปล่าที่เรารู้สึก อยู่ในใจลึก ๆ เพียงชั่วคราว ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยลัทธิบริโภคนิยม เราถูกกระตุ้นอย่าง ไม่หยุดหย่อนให้เชื่อว่า ความพึงพอใจและสถานะทางสังคมนั้น ผูกติดอยู่กับสิ่งของชิ้นใหม่ลำสุด จนกระทั้งพื้นที่ในบ้านถูกยึดครองด้วยข้าวของที่ไม่จำเป็น เงินในบัญชีร่อยหรอ และท้ายที่สุด ความที่เราตามหาก็กลายเป็นเพียงความวุ่นวายที่ต้องจัดการ
แอชลี ไพเพอร์ ทคลองใช้ชีวิตโดยไม่ซื้อของใหม่เลยตลอด 30 วัน จากการทดลองที่ตั้งใจไว้เพียงหนึ่งเดือน กลายเป็น ประสบการณ์เปลี่ยนชีวิต เธอได้เรียนรู้ว่าการไม่ซื้อ ไม่ได้ทำให้ ชีวิตแย่ลง แต่กลับเปิดพื้นที่ให้เธอได้เห็นสิ่งที่มีอยู่แล้วชัดเจนขึ้น เวลามากขึ้น เงินเหลือพอ และใจสงบกว่าเดิม
No New Things อยากได้ แต่ไม่ซื้อ ไม่ได้ชวนให้คุณ ปฏิเสธความสุขจากการครอบครองสิ่งของ แต่ชวนให้ถามตัวเองว่า "ของชิ้นไหนกันแน่ที่เราต้องการ"และ "ของชิ้นไหนที่เราซื้อเพราะ ความว่างเปล่าในจิตใจ" อ่านเล่มนี้ คุณอาจไม่ได้กลายเป็นคนมินิมัลหรือเลิกซื้อของ ตลอดชีวิต แต่จะได้รู้จักความสบายใจแบบที่ไม่ต้องห่อมาในถุงช็อปปิง ใบใหม่อีกต่อไป
| Barcode | Title of Copy | Location | Status | |
|---|---|---|---|---|
| 0000037521 | No New Things อยากได้ แต่ไม่ซื้อ | HO | Borrowed | Login |
MARC Information